นำเข้าของจากจีนทางบก

นำเข้าสินค้าจากจีน

ในการนำเข้าของจากจีนนั้น นักพรีออเดอร์มือใหม่ที่ต้องการนำเข้าสินค้า ควรจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการค้นหาข้อมูลต่างๆ เช่น การหาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค หาข้อมูลเรื่องภาษีนำเข้าของจากจีน การติดต่อกับผู้จำหน่ายในต่างประเทศ รวมไปถึงการติดต่อกับบริษัทชิปปิ้งเพื่อดำเนินการนำเข้าของจากจีนให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับการนำเข้าของจากจีนนั้นสามารถกระทำได้ใน 3 รูปแบบ คือ ทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก วันนี้จะมาแนะนำวิธีการนำเข้าของจากจีนทางบก ให้ได้รับทราบและนำไปศึกษาหาความรู้ต่อกันเลย 

  1. การติดต่อกับโรงงานผู้ขาย เป็นขั้นตอนแรกของการนำเข้าของจากจีน โดยเริ่มจากผู้ขายหรือผู้ผลิตเป็นลำดับแรกก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เรียกว่า ‘โรงงาน’ หรือผู้จำหน่าย (Shipper) หน้าที่ของ Shipper เป็นการคุยการคุยกับลูกค้าเพื่อประสานงานและดำเนินการจัดการเรื่องสินค้า หลังจากนั้นบริษัทชิปปิ้งสามารถดำเนินการจัดการเรื่องเอกสารและการนำเข้าสินค้าให้เป็นตามระเบียบและกฎของศุลกากร 
  1. ดำเนินการศุลกากรขาออก ผู้จำหน่าย (Shipper) หรือตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) ที่ได้จัดจ้างเอาไว้จะต้องแสดงสินค้าต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ว่ามีสินค้าอะไรที่กำลังจะนำออกจากประเทศนั้นๆ  
  1. จัดเตรียมเอกสารสำหรับการนำเข้า แน่นอนว่าต้องมีการผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้าก่อนถึงจะสามารถเบิกของได้ ซึ่งพิธีการศุลกากรนี้ใช้ระบบดิจิตอลทั้งหมด ทั้งการบันทึกข้อมูลพร้อมลงลายมือชื่อในโปรแกรมเพื่อส่งไปยังระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร แน่นอนว่าสามารถทำได้ด้วยตัวเอง หรือผ่านบริษัทชิปปิ้ง (หรือเรียกว่าผู้นำเข้า)  
  1. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า หากศุลกากรได้รับข้อมูลที่บันทึกในระบบเป็นที่เรียบร้อย จะมีการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นในใบขนสินค้า ในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาดระหว่างการตรวจสอบข้อมูลจุดใดจุดหนึ่ง ทางศุลกากรจะแจ้งกลับมายังผู้นำเข้าเพื่อทำการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และส่งข้อมูลที่ได้รับการแก้ไขใหม่กลับไปที่ศุลกากรอีกครั้ง และจะดำเนินการจนกว่าจะถุกต้องสมบูรณ์ 
  1. ตรวจสอบพิสูจน์ตามเงื่อนไขชำระภาษีอากรขาเข้า เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบพิสูจน์เกี่ยวกับข้อมูลสินค้าอย่างละเอียดตามเงื่อนไขที่ทางกรมศุลกากรกำหนดเอาไว้  
  1. การตรวจสอบและการปล่อยสินค้า ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อตรวจสอบและปล่อยสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากร ดังนั้น ผู้นำเข้าต้องยื่นใบขนสินค้าพร้อมใบเสร็จรับเงินที่ชำระเรียบร้อยแล้วให้กับคลังสินค้า ขั้นตอนนี้เองข้อมูลของสินค้าจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง สินค้าดังกล่าวจะต้องผ่านการตรวจสอบหรือยกเว้นการตรวจ ในกรณีเป็นใบขนสินค้ายกเว้นการตรวจ (Green Line) ใบขนสินค้าประเภทนี้จะใช้เวลาตรวจสอบน้อยมาก หากเป็นกรณีสินค้าต้องผ่านการตรวจสอบพิธีการขนส่งทางบก จะมีการเคลื่อนย้ายสินค้าเพื่อตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนปล่อยสินค้าออกจากอารักขาศุลกากร 
  1. การขนส่งไปยังผู้รับ เมื่อสินค้าได้ตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะขนไปยังผู้รับ โดยการขนส่งทางรถในประเทศไทย จะมีข้อกำหนดสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่กว่ารถกระบะด้วย และในช่วงที่การจราจรคับคั่งจะเป็นช่วงที่รถใหญ่ห้ามวิ่งในเขตเมือง และเมื่อผู้รับสินค้าได้รับของเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจขนส่งสินค้า 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *